หน้าแรก สินค้า ท่องเที่ยว วิธีการสั่งซื้อและชำระเงิน เว็บบอร์ด ติดต่อเรา

เมนู

 

สินค้าราคาส่ง

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 





















Check your post number.

สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 28/07/2012
ปรับปรุง 15/11/2018
สถิติผู้เข้าชม 11,306,124
Page Views 22,424,957
สินค้าทั้งหมด 2,060
 

ตลาดน้อย ชุมชนย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิกที่มีหลายอย่างน่าค้นหา

  

        ตลาดน้อย ชุมชนย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิกที่มีหลายอย่างน่าค้นหา ชวนมาใช้เวลาวันดีๆ เที่ยวชมทำความรู้จักชุมชนแห่งนี้ แล้วคุณจะติดใจเอกลักษณ์ความเป็น "ตลาดน้อย" ค่ะ

#ตลาดน้อย way magazine



รีบมาจากไหน ให้มาเดินชิม-ชม-เที่ยวช้าๆ ที่นี่ ..ที่ ‘ตลาดน้อย’

 

        ตลาดน้อยเป็นย่านที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีประวัติความเป็นมายาวนานนับกว่า 200 ปี รวมทั้งด้านในชุมชนยังมีสถานที่สำคัญของหลายศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าจีนสไตล์ฮกเกี้ยนอันดับต้นๆ ของประเทศ อย่าง ศาลเจ้าโจวซือกง หรือ โบถส์คริสต์โรมันคาทอลิก อย่าง โบสถ์กาลหว่าร์


        บริเวณที่ตั้งตลาดน้อยติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก มีอาณาเขตตั้งแต่ปากคลองวัดปทุมคงคาเรื่อยลงมาจนถึงปากคลองผดุงกรุงเกษม ครั้งหนึ่งตลาดน้อยเคยขึ้นชื่อว่าเป็นถึง ‘ทำเลทองของกรุงเทพฯ’ เพราะตลาดน้อยเป็นทั้ง ‘ท่าเรือสำหรับสำเภาจีน’ และ ‘แหล่งขนส่งสินค้าเพื่อนำไปขายต่อในย่านสำเพ็งและเยาวราช’ อีกด้วย หากคุณอยากลองสัมผัสวิถีที่ค่อยเป็นค่อยไปและไม่รีบเร่ง ไม่แน่ว่าการทำความรู้จักกับตลาดน้อย อาจจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคุณในช่วงวันหยุดที่กำลังจะมาถึงนี้ได้อย่างน่าทึ่ง (แอบกระซิบว่า นี่ยังไม่รวมบรรดาของอร่อยอีกเพียบด้วยนะ)



ทำไมถึงชื่อตลาดน้อย ?

 

        ชาวจีนแต้จิ๋วเรียกชื่อตลาดน้อยว่า ‘ตั๊กลักเกี้ย’ (เขียนตามอักษรจีนคือ 噠叻仔 แปลว่า ลูกตลาด หรือ ตลาดน้อย) ที่มาของชื่อ ‘ตลาดน้อย’ เกิดจากช่วงที่ตลาดสำเพ็งเป็นศูนย์การค้าหลักของกรุงรัตนโกสินทร์ ทันทีที่มีตลาดเกิดขึ้นมาใหม่ในบริเวณตอนใต้ของสำเพ็ง ผู้คนจึงพากันเรียกตลาดที่เกิดใหม่ว่าเป็น ‘ตลาดน้อย (ตั๊กลักเกี้ย)’ ในขณะที่คนโดยทั่วไปยกให้ตลาดสำเพ็งเป็นตลาดใหญ่ไปโดยปริยาย



        ศาลเจ้าโจวซือกง: ศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนฮกเกี้ยน ประติมากรรมปูนปั้นประดับผนังศาลเจ้าโจวซือกงบอกเล่าเรื่องราวผ่านกาลเวลามาหลายชั่วอายุ งานแกะสลักไม้ประดับเสาและคานชวนหลงใหลตามแบบฉบับวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม กลิ่นธูปจากศาลเจ้าจีน พาให้ศาลเจ้าแห่งนี้ตกอยู่ในมนต์สะกด



        คุณสมชาย เกตุมณี ผู้ดูแลศาลเจ้าโจวซือกง แต่งแต้มภาพของศาลเจ้าโจวซือกงในอดีตให้แจ่มชัดขึ้นในจินตนาการ “หลวงปู่โจวซือกงเป็นพระที่ชาวจีนฮกเกี้ยนเคารพ ท่านมรณภาพไปแล้วกว่า 900 ปี ที่สร้างศาลเจ้าขึ้นมาก็เพราะชาวจีนฮกเกี้ยนเข้ามาค้าขายกับเมืองกรุงเทพแล้วมีความศรัทธาแรงกล้า ชาวจีนฮกเกี้ยนค้าขายจนประสบความสำเร็จก็สร้างศาลเจ้า และอัญเชิญพระโจวซือกงให้ยิ่งใหญ่สมฐานะ เพื่อให้สถานที่นี้เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและคอยปฏิบัติความดี” “พอกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง ฮกเกี้ยนย้ายเข้ามาย่านตลาดน้อยกันเยอะ ที่นี่ก็เลยมีจีนฮกเกี้ยนเยอะ ศาลเจ้าเขาสร้างที่นี้ ลูกหลานชาวฮกเกี้ยนจะได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน ทางศาลจีนเขาก็จะนำจีนฮกเกี้ยนเข้ามาเป็นกรรมการ เขาจะไม่เอาจีนไหหลำ กวางตุ้งเข้ามาเป็นกรรมการ เพราะเขากลัวว่าจะโดน (จีนอื่น) กลืนไป”

เอ๊ะ? แล้วจีนฮกเกี้ยนต่างจากจีนอื่นอย่างไร


“จีนฮกเกี้ยนต่างจากจีนอื่นตรงที่เป็นจีนพี่ใหญ่ เป็นจีนตระกูลขุนนาง จะคอยดูแลจีนแต้จิ๋ว จีนไหหลำ จีนกวางตุ้ง”


“เดี๋ยวนี้ตลาดน้อยก็เป็นแต้จิ๋วไปหมดแล้ว แต่ก่อนที่นี่เคยเป็นของฮกเกี้ยน สมัยก่อนสำเพ็งจะเป็นจีนแต้จิ๋ว แล้วค้าขายอะไรก็คนละอย่างกัน เดี๋ยวนี้ผู้คนเลื่อนกันไปเลื่อนกันมา ประเพณีเสื่อมลง พอมันเสื่อมลง ลูกหลานฮกเกี้ยนก็ไปแต่งกับคนธรรมดา มันเป็นไม่ได้เลยที่จะยึดอะไรแบบเก่า” ผู้ดูแลศาลเจ้ากล่าว



        ทุกวันนี้ที่ศาลเจ้าโจวซือกง ศาลเจ้าโจวซือกง(วัดซุนเล่งยี่)เป็นศาลเจ้าเก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวจีนฮกเกี้ยน แรกเริ่มเศรษฐีชาวจีนฮกเกี้ยนแซ่โซวเป็นผู้สร้างศาลเจ้า และ หลังจากนั้นอีก 2 ศตวรรษ ศาลเจ้าแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจสำคัญของผู้คนย่านตลาดน้อยมานับหลายชั่วอายุคน ทุกวันพุธของศาลเจ้าโจวซือกงจะมีพิธีสวดมนต์อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ คนที่มาสวดมนต์ล้วนแต่งกายชุดขาวทั้งตัว


        “ส่วนมากคนที่สวดมนต์ก็จะเป็นคนแก่ คนแก่ที่มาสวดมักจะเป็นคนแก่ที่อยู่บ้าน แล้วออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านเพื่อไม่ให้เป็นอัลไซเมอร์กัน เขามารวมกลุ่มสวดมนต์ บางคนมาไกล ลูกหลานขับรถมาส่ง ขาก็ไม่ดี สุขภาพก็ไม่ดี”


        “เขามารวมกลุ่มกัน การสวดมนต์เป็นกุศโลบายให้พวกเขามานัดเจอกัน” นอกจากนี้ ศาลเจ้าโจวซือกงยังโดดเด่นเรื่องเทศกาลการกินเจ เพราะศาลเจ้าจีนแห่งนี้เป็นศาลเจ้าฮกเกี้ยน และชาวจีนฮกเกี้ยนนี่เองที่เป็นผู้ริเริ่มการกินเจ


        “เวลากินเจเขาจะมีการเชิญเจ้า เขาจะไปเชิญที่แม่น้ำ ทั่วไปเขาจะเชิญแค่กระถางองค์กิ่วอ้วงฮุกโจ้วได้กระถางเดียว (กิ่วอ้วงฮุกโจ้ว หรือ ทีมพระพุทธ 9 องค์ คือผู้ที่ลงมาโปรดสัตว์ในเมืองมนุษย์ในช่วงเวลากินเจ) แต่ของเราจะเชิญได้ทั้งทีกงทีตี่แป่บ้อ (เทพยดาฟ้าดิน) กับ องค์กิ่วอ้วงฮุกโจ้วไปพร้อมกัน” พอคุณสมชายพูดจบปุ๊บ เสียงสวดมนต์ข้างหลังก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง



บ้านโซวเฮงไท่: คฤหาสน์สไตล์ฮกเกี้ยนที่เหลืออยู่ในประเทศไทย


        ‘บ้านโซวเฮงไถ่’ หรือ ‘บ้านดวงตะวัน’ ที่ออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบฮกเกี้ยนแต้จิ๋ว เป็นคฤหาสน์ที่มีอายุมากกว่า 230 ปี และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในย่านตลาดน้อย



        ด้านหน้าเป็นซุ้มประตูสีแดงดูใหญ่โต เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาก็จะพบกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่โตอยู่ตรงกลาง รอบข้างมีอาคารโอบล้อมทั้ง 4 ทิศ ก่อนที่จะเป็นสระว่ายน้ำเดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นลานหินโล่งมาก่อน อาคารหลักที่มี 2 ชั้น ชั้นที่ 2 ใช้เป็นที่เก็บสมบัติและรูปภาพบรรพบุรุษตระกูลโซว ส่วนบริเวณชั้น 1 เป็นฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขบีเกิลและมีร้านขายเครื่องดื่มให้นักท่องเที่ยวดื่มดับกระหาย



วัดแม่พระลูกประคำหรือโบสถ์กาลหว่าร์


        วัดแม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์) เป็นวัดเก่าแก่ของคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิค โดยเมื่อแรกเริ่มก่อตั้ง ตัวโบสถ์ถูกตั้งชื่อว่า ‘โบสถ์กาลวารีโอ’ ตามชื่อภูเขาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน และต่อมาชื่อที่ใช้เรียกก็เพื้ยนกลายเป็น ‘กาลหว่าร์’ ดังเช่นปัจจุบัน



        สำหรับโบสถ์ที่อยู่ในชุมชนตอนนี้นับเป็นโบสถ์หลังที่ 3 ซึ่งโบสถ์ทั้งสอง 2 ก่อนนั้นได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา อาคารใหม่ที่สร้างขึ้นนี้มีผังอาคารเป็นรูปไม้กางเขน ด้านบนมีหลังคาเป็นยอดแหลมประดับไม้กางเขน และเมื่อเข้าไปเยี่ยมชมด้านในโบถส์ก็มีกระจกสีหลายจุด ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวที่อยู่ในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ได้อย่างสวยงาม



แบงก์สยามกัมมาจล ธนาคารไทยแห่งแรก


        ‘แบงก์สยามกัมมาจล’ หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม ‘ธนาคารไทยพาณิชย์’ เปิดให้ดำเนินการที่อาคารแห่งนี้ เป็นธนาคารไทยแห่งแรก ปัจจุบันอาคารหลังนี้เป็นที่ตั้งของสาขาตลาดน้อย ตัวอาคารธนาคารแบงก์สยามกัมมาจลแห่งแรกนี้ ปรากฏไว้ว่าเริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2451 และได้รับการบูรณะปรับปรุงในปี พ.ศ. 2538 อาคารจะตั้งอยู่บริเวณติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างโบสถ์กาลหว่าร์และกรมเจ้าท่า


        อาคารนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น (ASA) ในปี พ.ศ. 2525 เพราะเนื่องจาก สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารเน้นแนวสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ (Beaux-Arts architecture) ผสมผสานกับแนวสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก (Neoclassical architecture) ได้อย่างลงตัว ด้านนอกอาคารจะทาสีเหลืองสดใส และตัดสีด้วยขอบขาวตามมุมต่างๆ ส่วนด้านในผนังเป็นสีครีมอ่อน พร้อมตกแต่งด้วยแสงไฟนวลส้มสบายตา



เดินช้าๆ ที่ตลาดน้อย

ตลาดน้อยเหมือนเป็นพื้นที่ที่เหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ ...


        โจ หรือ จุฤทธิ์ กังวานภูมิ สถาปนิกและนักวิจัยในโครงการย่านจีนถิ่นบางกอก เอ่ยประโยคข้างต้นพร้อมรอยยิ้ม “ตรงนี้มันไม่เหมือนอยู่ในเมือง เหมือนอยู่ต่างจังหวัด และความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย ดังนั้นเรายังเห็นร่องรอยได้เยอะกว่าในเยาวราช พี่ว่าจุดเด่ นของที่นี่ คือค่อนข้างเรียล ตากผ้าก็ตากกันอย่างนี้ (ชี้ให้ดู) ล้างก็ล้างตรงนี้ แขวนรูปก็แขวนกันตรงนั้น” พื้นที่สาธารณะมีความสำคัญในตัวเอง เส้นทางการเดินเท้าเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะนี่คือหัวใจที่ทำให้ย่านตลาดน้อยกลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว


        “คาแรกเตอร์ของตลาดน้อยคือมีตรอกและซอยที่เดินเชื่อมกันได้หมด เรารู้สึกว่าการเดินเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด ถูกที่สุด คือทุกคนสามารถเดินได้ จะเดินช้าเดินเร็วแต่ทุกคนก็เดินได้ แล้วการเดิน มันก็ทำให้คนสปีดช้าลง” “เมื่อสปีดช้าลง คุณจะมีปฏิสัมพันธ์กับสถานที่รอบๆ มากขึ้น” สถาปนิกหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร หลาย 10 ปีที่ผ่านมา เหล่าอาคารที่มีสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมก็เริ่มทรุดโทรมลงอย่างน่าเสียดาย อาคารจีนเก่าและตึกแถวบางแห่งกลายสภาพเป็นเพียงแค่อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก ผู้พักอาศัยที่เคยอยู่ก็ตัดสินใจย้ายออกไปจำนวนมาก


        จนภายหลังทางโครงการย่านจีนถิ่นบางกอก ร่วมกับชุมชนคนรักตลาดน้อย จึงเข้ามามีบทบาทต่อการพยายามฟื้นฟูชุมชน เพื่อให้ย่านตลาดน้อยแห่งนี้ให้เริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักในสังคมไทยอีกครั้ง “การฟื้นฟูจะมีสองสามอย่าง หนึ่งคือเรื่องระดับนโยบาย อันที่สองคือระดับพื้นล่าง” “เราพยายามทำให้ระดับนโยบายกับระดับคนข้างล่างได้มาเจอกัน เพราะจริงๆ แล้ว ทุกที่มีนโยบาย ทุกคนอยากจะอนุรักษ์นู่น อยากจะทำนี่ อยากจะทำนั่น แต่เขาอาจจะไม่รู้ว่าหนึ่ง พื้นที่มันเป็นยังไง เงื่อนไขเป็นยังไง “บางทีการขยับอะไรลงไป ด้วยทัศนคติของเขา บางครั้งมันอาจจะไม่ตรงกับพื้นที่ หรือวิธีการจัดการ เงื่อนไขมันอาจจะไม่เข้ากันก็ได้” สถาปนิกหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง



        ศิลปะของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน ภาพวาดโลดแล่นอยู่บนกำแพงบ้าน ตัวละครมากมายแอบหลบซ่อนอยู่ตามตึกน้อยใหญ่ เด็กที่มีทรงผมจุกแกละเผลอโผล่ตัวพ้นขอบหน้าต่าง

ขณะที่ข้างๆ มีภาพรถเข็นไอศรีมตราไผ่ทองวางจอดอยู่ใกล้ๆ 


        ภาพวาดบนผนังขนาดใหญ่ 4 -5 ภาพ ... สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับรากเหง้าของชุมชนตลาดน้อย ... “เราเริ่มทำโปรเจค art street ที่คนเขามาชอบถ่ายรูปกัน ถึงมันก็ไม่ได้สวยอะไรมาก แต่มันก็เป็น Concept Idea ที่ชาวบ้านเขาอยากจะบอกเล่าเรื่องราวในพื้นที่” “ตอนนี้ภาพก็เริ่มโทรมไป ต่อไปก็อาจจะวาดทับใหม่ หาคนทำใหม่ อาจจะทำร่วมกับเด็กนศ.ธรรมศาสตร์ที่เข้ามา ถึงมันอาจจะไม่ได้อารมณ์แบบเก่าเป๊ะๆ แต่ว่ามันก็ได้สิ่งใหม่ๆ ถือเป็นเรื่องดีที่คนเขาก็ได้เรียนรู้กันไป” “อย่างน้อยพวกเขาก็เรียนรู้ว่าเครื่องมือ (tools) แบบนี้มันเวิร์ค แบบนี้ไม่เวิร์ค แล้วครั้งหน้าจะทำอะไรต่อไป” จุฤทธิ์เอ่ย



        เป้าหมายปลายทางของทางโครงการย่านจีนถิ่นบางกอกไม่ใช่แค่พัฒนาให้ตลาดน้อยเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ต้องการให้ชุมชนแห่งนี้อยู่รอดได้ด้วยตัวผู้อยู่อาศัยเอง โครงการย่านจีนถิ่นบางกอกคิดว่า ในอนาคตการเปลี่ยนแปลงเมืองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หากถึงวันนั้นแล้วชุมชนยังไม่ได้เตรียมความพร้อมมากเท่าที่ควร เป็นไปได้ว่าสุดท้ายเม็ดเงินจะค่อยๆ แซะทั้งคนและวัฒนธรรมในพื้นที่ออกไปจนหมด ทิ้งเสน่ห์ของตลาดน้อยเป็นแค่ความทรงจำ ...


ของกินในตลาดน้อย ร้านปิ้งขนมปังป้านัย

ตำแหน่ง : ร้านของป้านัยเปิดขายอยู่ตรงปากซอย เจริญกรุง 22

        ป้านัยบอกว่าขาย ตนขนมปังปิ้งตรงนี้มาเกือบ 20 กว่าปี ก่อนหน้านั้นป้านัยเคยขายของกินอย่างอื่นมาบ้าง แต่เพิ่งมาขายดีที่สุด คือตอนที่เริ่มขายขนมปังปิ้งนี่เอง



จุดเด่นของขนมปังป้านัยเป็นการปิ้งแบบใช้เตาถ่าน

ระหว่างกำลังรับประทานเนื้อขนมปังก็จะได้กลิ่นหอมของเตาถ่านไปด้วย


ร้านกะหรี่ปั๊บ คุณปุ๊


ตำแหน่ง : เมื่อเดินเข้ามาในซอยเจริญกรุง 22 ถัดร้านปิ้งขนมปังป้านัยไม่มากนัก ร้านกะหรี่ปั๊บ คุณปุ๊จะเป็นร้านห้องแถวหนึ่งห้อง ที่ที่มีกระทะทอดกะหรี่ปั๊บขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า



        ร้านกะหรี่ปั๊บคุณปุ๊เป็นร้านกระหรี่ปั๊ปชื่อดังในย่านตลาดน้อย จุดเด่นของกระหรี่ปั๊ปอยู่ที่ความอร่อยของเนื้อแป้ง แป้งมีความหนากำลังพอดี ไม่หนาหรือบางจนเกินไป รวมทั้งตัวกระหรี่ปั๊ปที่ทอดก็ไม่อมน้ำมัน เมื่อกัดเข้าไปก็จะรับรู้ถึงความเข้ากันระหว่างแผ่นแป้งและไส้ที่อยู่ข้างใน ไส้ในแต่ละไส้ในกระหรี่ปั๊บก็ล้วนแต่มีรสชาติเข้ากับเนื้อแป้งได้อย่างกลมกล่อม



ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า

ตำแหน่ง: ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่าตั้งอยู่บริเวณกลางซอย วาณิช 2 อยู่ใกล้กรมเจ้าท่า



        จุดเด่นของเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคือ การตุ๋นเป็ดในน้ำพะโล้ เมนูที่แนะนำคือเนื้อเป็ดตุ๋นและเส้นหมี่ผัดผักกระเฉด ทางด้านรสชาติของน้ำพะโล้นั้นจะค่อนข้างมีรสจัดเล็กน้อย ส่วนเนื้อเป็ดนั้นเป็นชิ้นค่อนข้างหนาและใหญ่ เคี้ยวพอดีคำ เครื่องในไม่มีกลิ่น และเหมาะที่จะสั่งเป็ดตุ๋นทานเป็นเกาเหลาคู่กับข้าวสวย



        ระหว่างลัดเลาะไปตามซอยน้อยใหญ่มากมาย สถาปัตยกรรมแนวย้อนยุคพาเราย้อนอดีตไปในสมัยที่อาคารเริ่มก่อสร้าง ไม่เพียงแต่ศาลเจ้าโจวซือกงเท่านั้น นับตั้งแต่โบถส์คริสต์ ตรอกซอกซอย ร้านค้า และสิ่งต่างๆ อีกมากมาย ทุกอย่างล้วนแสดงให้เห็นว่า รากเหง้าของวัฒนธรรมต่างๆ ทิ้งร่องรอยให้ผู้เยี่ยมชมพบเห็นได้อย่างเพลิดเพลิน ย่านจีนถิ่นเก่าแก่ ชุมชนที่เชื่อมรอยระหว่างอดีตกับปัจจุบันอย่างงดงาม สถานที่พิเศษ ที่ที่เวลาทั้งหมดหยุดนิ่ง จึงไม่แปลกใจเลยว่า ตลาดน้อยถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่กำลังเฝ้ารอให้นักท่องเที่ยวทั้งหลาย ลองเข้ามาทำความรู้จักกับตลาดน้อยอยู่เสมอๆ


เรื่องโดย : พชรกฤษณ์ โตอิ้ม / วาทิตยา บุพศิริ / ชลิตา สุนันทาภรณ์

ภาพโดย : เฉลิมพล ปัญญาณวาสกุล / เวชะรดา มะเวชะ


ข้อมูลต้นฉบับ : เพจFB SCB Thailand


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*


ของมงคล ชาจีนชั้นดี ของฝากขึ้นชื่อ รีวิวอาหาร ท่องเที่ยว เกี่ยวกับบริษัท 
สร้อยข้อมือหินสี ใบชาเซียมเฮงฮวด ลิ้มจิงเฮียง เจ้าเก่า ภัตตาคารอร่อย เยาวราช วิธีสั่งซื้อสินค้า
หยกแก้ชง ใบชาจงหัว ช. ไชน่า ร้านอร่อย เยาวราช แจ้งการชำระเงิน
ของมงคล ฮั้งเฮงหลี ใบชาตรานกยูง หมูแผ่น หมูหยอง รถเข็นอร่อย เยาวราช เกี่ยวกับเรา
สินค้าตรุษจีน ชาผู่เอ๋อร์ รังนกเยาวราช วัดและศาลเจ้า ติดต่อเรา
โคมเต็งลั้ง ชาดอกไม้ ขนมแสนอร่อย ประวัติถนนเยาวราช
ชาอู่หลง ดอกไม้ประดิษฐ์
ของแต่งงาน อุปกรณ์ชงชา ป้านชา

ขนมเปี๊ยะแต่งงาน

ส้มเช้ง กล้วยเครือ
ชุดจีน กี่เพ้าจีน
แหวนหมั้น เครื่องประดับ
พัดจีน

เว็บไซต์อันดับ1 ที่รวบรวมทุกข้อมูลร้านค้าย่านเยาวราชแบบเจาะลึก 
ติดตามข้อมูลก่อนใครผ่านทาง Facebook  
ID : @CNTY (มี@นำหน้าด้วยนะคะ)

 

 

 
    
view