หน้าแรก สินค้า ท่องเที่ยว วิธีการสั่งซื้อและชำระเงิน เว็บบอร์ด ติดต่อเรา

เมนู

 

สินค้าราคาส่ง

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 




















Check your post number.

สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 28/07/2012
ปรับปรุง 25/09/2018
สถิติผู้เข้าชม 11,029,059
Page Views 21,933,253
สินค้าทั้งหมด 2,215
 

สารพัดประโยชน์ของเกาลัค

         


สวัสดีค่าาาแฟนเพจ  วันนี้เรามีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องสารพัดประโยชน์ของเกาลัคมากฝากแฟนเพจกันนะค่ะ  





          เกาลัด  หรือเชสนัท (Chestnut)  ภาษาจีนเรียกว่า  “เลียกก้วย”  “ไต่เลียก”  หรือ “ปังเลียก”  เป็นพืชจำพวกถั่ว
หรือพืชเมล็ดเปลือกแข็ง  ที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ให้ไขมันต่ำ และอุดมด้วยวิตามินบี มีแร่ธาตุ  โพแทสเซียม และกรดโฟลิก  เช่นเดียวกับอัลมอนด์  และมะม่วงหิมพานต์   ผลเกาลัดมีลักษณะค่อนข้างกลม  สีเขียวมีขนแหลม  เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาลและแตกออก  ภายในมีเมล็ด  และใช้ส่วนเนื้อในเมล็ดกินเป็นอาหารในประเทศจีนนิยมกินเกาลัดทั้งดิบและสุก  ชาวจีนถือว่าเกาลัดเป็น  “ราชาแห่งเมล็ดพันธุ์พืช”  จึงมีการปลูกอย่างแพร่หลายในจีนและผลิตสำหรับส่งออกเมื่อนำเกาลัดไปคั่วในทรายร้อน ๆ  จะมีรสหวานอร่อย






          เกาลัคเป็นพืชที่มีลำต้นขนาดใหญ่  และเมล็ดมีปริมาณเนื้อในมาก  ทั้งยังมีรสชาติดี  สามารถนำมารับประทานได้  จนเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในต่างชาติ  เช่น  จีน  ญี่ปุ่น  สำหรับในประเทศไทยแล้ว  เกาลัคยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าใดนัก  และยังมีขายเฉพาะบางพื้นที่  มีมากในบริเวณตลอดถนนเยาวราช เพราะเกาลัคเป็นผลไม้อันเป็นที่นิยมของประชาชนคนไทยเชื้อสายจีน








          ในประเทศกึ่งร้อนตั้งแต่ประเทศจีน  ญี่ปุ่น  เกาหลีใต้  อิตาลี  จะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและอุณหภูมิเหมาะสม
ต่อการเจริญเติบโตของเกาลัค  จึงมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศดังกล่าว  โดยเกาลัคที่ปลูกนั้นจะมีขนาดลำต้นสูงใหญ่  และให้ผลผลิตที่ยาวนาน  ปกติแล้วเกาลัคจะให้ผลผลิต  เมื่อมีอายุได้ประมาณ 7 ปี  คือเริ่มผลิดอกที่เป็นสีขาวนวลราวเดือนมิถุนายน  จากนั้นดอกจะค่อย  ๆ พัฒนากลายเป็นผลที่มองดูไกล ๆ แล้วจะมีลักษณะคล้ายกับผลเงาะที่มีขนสีเขียวปกคลุมโดยรอบ  ซึ่งจะพัฒนาจนมีขนาดโตเท่ากับผลเงาะโรงเรียน  จากนั้นเมื่อผลแก่ผิวนอกที่เป็นหนามคลุมก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล  และปริแยกออกเผยให้เห็นเม็ดเกาลัค  ที่มีลูกกลม ๆ สีน้ำตาลดำ  เรียงตัวกันอยู่ภายใน 3 - 5 เม็ด  เมื่อนำไปคั่วและแกะเปลือกสีน้ำตาลดำออกมา  ก็จะพบกับเนื้อในที่เป็นสีขาวขุ่น   นำมาทานแล้วจะมีรสชาติมันเคี้ยวเพลินจนยากที่จะอดใจไหว  นอกจากความอร่อยมันเคี้ยวเพลินแล้ว  เกาลัคยังมีประโยชน์อีกมากมาย  ดังนี้ค่ะ


     • เกาลัดมีฤทธิ์อุ่น รสหวาน มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงไต กล้ามเนื้อ ม้าม และกระเพาะอาหาร บำรุงลม แก้ร่างกายอ่อนแอ


     • แก้ไอ ละลายเสมหะ แก้อาเจียน คลื่นไส้ ท้องเดิน


     • ห้ามเลือด ช่วยการไหลเวียนเลือด


     • แก้อาการถ่ายเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล


     • แก้วัณโรคที่ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และอาเจียนเป็นเลือด



วิธีการทำเกาลัค


         

     • ต้มเกาลัด 500 กรัมกับน้ำตาลทราย 180 กรัม จนเปื่อยนิ่ม แล้วนำมายีและกดด้วยแม่พิมพ์ กินเป็นขนมหรือของว่างสำหรับเด็กที่มีกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแอ และยังเหมาะกับผู้ป่วยหรือผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรงอีกด้วย


     • กินเกาลัดแห้ง 7 เมล็ดต่อวัน กับโจ๊กไตหมู ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังและปวดเท้าได้ หรือกินเกาลัดดิบ แก้คออักเสบ


     • เผาเปลือกเกาลัดแล้วนำมาบดเป็นผงให้ได้ 6 กรัม ผสมกับน้ำผึ้ง 30 กรัม กินรักษาริดสีดวงทวาร


     • ต้มเกาลัด 60 กรัมกับพุทราจีนแห้ง 4 ผล และหมูเนื้อแดง กินบำบัดอาการหอบหืดหรือไอ




วิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานกัน  ได้แก่

     

      •  เกาลัดคั่วในเม็ดทราย


          เกาลัดคั่วที่เห็นกันมาก ๆ มักจะมีเม็ดสีดำเล็ก ๆ คั่วรวมอยู่ด้วย บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเมล็ดกาแฟจริง ๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่


          เม็ดสีดำเล็ก ๆ นั้น คือ เม็ดทรายขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร เป็นทรายที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือที่เห็นตามตู้ปลาสีออกน้ำตาล พ่อค้าหรือแม่ค้าจะนำเอาทรายแห้งใส่ลงไปในกระบะใบใหญ่ พอทรายร้อนระอุได้ที่จนเป็นสีดำ ก็จะนำเอาลูกเกาลัดใส่ลงไป บางร้านเติมน้ำตาลทรายคั่วรวมกันให้ได้รสหวาน บางร้านเพิ่มกลิ่นหอมด้วยการใส่เมล็ดกาแฟคั่วลงไป  เหตุผลที่ต้องใช้เม็ดทรายเพราะเม็ดทรายช่วยเก็บความร้อนไว้ได้นาน ซึ่งดีสำหรับการทำให้เกาลัดสุกถึงเนื้อผลด้านใน และหากสังเกตกันดี ๆ เนื้อผลของเกาลัดนั้นจะไม่ติดกับเปลือก


          ดังนั้นการใช้ทรายที่ร้อนระอุตลอดเวลาจะช่วยให้เนื้อเกาลัด ค่อย ๆ สุก แต่ต้องหมั่นคนเพื่อไม่ให้เกาลัดไหม้ ซึ่งจะคั่วกันนาน 30-40 นาที เม็ดทรายนั้นใช้ได้นานกว่า 1 เดือน เรียกว่าคั่วเกาลัดได้หลายกระทะ จนทรายที่เป็นเม็ดเริ่มป่นเป็นผง แล้วจึงจะเปลี่ยนไปใช้เม็ดทรายชุดใหม่ต่อไปนี้ก็เข้าใจใหม่ว่า เกาลัดนั้นคั่วในทราย ไม่ใช่เมล็ดกาแฟอย่างที่เข้าใจกัน





ข้อควรระวัง


         -  ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร  เช่น  ท้องอืดบ่อย ๆ อาหารไม่ย่อย  ไม่ควรรับประทานเกาลัค


         -  ผู้ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ  ร้อนใน  ตาบวม  ไม่ควรรับประทานเกาลัค


ดูสินค้าเกาลัค ย่านเยาวราช   





ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*


ของมงคล ชาจีนชั้นดี ของฝากขึ้นชื่อ รีวิวอาหาร ท่องเที่ยว เกี่ยวกับบริษัท 
สร้อยข้อมือหินสี ใบชาเซียมเฮงฮวด ลิ้มจิงเฮียง เจ้าเก่า ภัตตาคารอร่อย เยาวราช วิธีสั่งซื้อสินค้า
หยกแก้ชง ใบชาจงหัว ช. ไชน่า ร้านอร่อย เยาวราช แจ้งการชำระเงิน
ของมงคล ฮั้งเฮงหลี ใบชาตรานกยูง หมูแผ่น หมูหยอง รถเข็นอร่อย เยาวราช เกี่ยวกับเรา
สินค้าตรุษจีน ชาผู่เอ๋อร์ รังนกเยาวราช วัดและศาลเจ้า ติดต่อเรา
โคมเต็งลั้ง ชาดอกไม้ ขนมแสนอร่อย ประวัติถนนเยาวราช
ชาอู่หลง ดอกไม้ประดิษฐ์
ของแต่งงาน อุปกรณ์ชงชา ป้านชา

ขนมเปี๊ยะแต่งงาน

ส้มเช้ง กล้วยเครือ
ชุดจีน กี่เพ้าจีน
แหวนหมั้น เครื่องประดับ
พัดจีน

เว็บไซต์อันดับ1 ที่รวบรวมทุกข้อมูลร้านค้าย่านเยาวราชแบบเจาะลึก 
ติดตามข้อมูลก่อนใครผ่านทาง Facebook  
ID : @CNTY (มี@นำหน้าด้วยนะคะ)

 

 

 
    
view